สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

ส่วนที่  ๑

บทนำ

 

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2561 ส่งผลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทและอำนาจหน้าที่ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต ด้านการจัดระเบียบชุมชน/สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุนพาณิชยกรรม และการท่องเที่ยว  ด้านการบริหารจัดการ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อม และด้านศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น แม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีอำนาจหน้าที่เพิ่มมากขึ้น แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังคงมีทรัพยากรจำกัด ทั้งทรัพยากรบุคคล งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์  เพื่อให้การดำเนินงานขององค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมีความโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ท้องถิ่นของตน  จึงกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  มีหน้าที่จัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น  อันเป็นเครื่องมือที่สำคัญประการหนึ่งที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้  จึงจำเป็นต้องมีการกำหนดแผนพัฒนาที่สามารถตอบสนองต่อการทำงานเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและสามารถบ่งชี้ความสำเร็จของแผนได้ด้วยเหตุผลที่มีการวางแผนมีความสำคัญ ๕ ประการคือ

(๑)  เป็นการลดความไม่แน่นอนและปัญหาความยุ่งยากซับซ้อนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

(๒)  ทำให้เกิดการยอมรับแนวความคิดใหม่ๆ เข้ามาในองค์กร

(๓)  ทำให้การดำเนินการขององค์กรบรรลุเป้าหมายที่ปรารถนา

(๔)  เป็นการลดความสูญเปล่าของหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และ

(๕)  ทำให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินงาน

 

ดังนั้น  การวางแผนคือ  ความพยายามที่เป็นระบบ (System attempt) เพื่อตัดสินใจเลือกแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต  เพื่อให้องค์การบรรลุผลที่ปรารถนา จากที่กล่าวมาข้างต้น แม้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีแผนพัฒนาท้องถิ่นที่ดีเท่าไรก็ตาม แต่หากไม่สามารถบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นได้  ก็ไม่สามารถที่จะบ่งบอกความสำเร็จของแผนพัฒนาท้องถิ่นได้  “ระบบติดตาม” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึง “ระบบประเมินผล” ที่คอยเป็นตัวบ่งชี้ว่า ผลจากการดำเนินงานเป็นไปตามหรือบรรลุตามเป้าหมายหรือไม่อย่างไร เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการปรับปรุง แก้ไข ขยายขอบเขต หรือแม้แต่ยุติการดำเนินงาน 

การติดตามและการประเมินผลถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการที่ดำเนินการอยู่โดยที่ “การติดตาม” (monitoring) หมายถึง กิจกรรมภายในโครงการซึ่งถูกออกแบบมา เพื่อให้ข้อมูลป้อนกลับ (feedback) เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงาน หากไม่มีระบบติดตามของโครงการแล้ว ย่อมส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานให้ลุล่วง ค่าใช้จ่ายโครงการสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ กลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เกิดปัญหาในการควบคุมคุณภาพของการดำเนินงานเสียเวลาในการตรวจสอบความขัดแย้งในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงานกับกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการในทางตรงกันข้ามหากโครงการมีระบบติดตามที่ดีแล้ว จะก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ต้นทุน (cost-effective) ดำเนินงานด้านต่างๆ  เป็นการให้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับการบรรลุเป้าหมายของโครงการต่างๆ  การระบุปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการและการเสนอทางแก้ปัญหา  การติดตามดูความสามารถในการเข้าถึงโครงการของกลุ่มเป้าหมาย  การติดตามดูประสิทธิภาพในการดำเนินงานของส่วนต่างๆ ในโครงการ และการเสนอวิธีการปรับปรุงการดำเนินงานโดยส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารโครงการมักจะไม่ให้ความสำคัญกับการวางระบบติดตามโครงการ เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่ต้องใช้เทคนิคเชิงวิชาการค่อนข้างสูง จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานระดับสูงกว่าเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ยังเสียค่าใช้จ่ายสูง และก่อให้เกิดความ

ยุ่งยากซับซ้อนในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้วขึ้นอยู่กับความจำเป็นและทรัพยากรที่มีอยู่ในแต่ละโครงการ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการวางระบบติดตามไม่จำเป็นที่จะต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงหรือมีความซับซ้อนแต่อย่างใด บางโครงการมีระบบติดตามที่อาศัยพนักงาน ชั่วคราว (part-time) เพียงคนเดียว โดยมีหน้าที่จัดทำรายงานการติดตามประจำไตรมาส หรือในบางโครงการอาศัยพนักงานเต็มเวลา (full-time)  เพียงจำนวนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการทำการศึกษาติดตามเพื่อจะเลือกใช้วิธีติดตามที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้ต้นทุนสูงสุดในส่วนของ “การประเมินผล” นั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเช่นเดียวกับการติดตาม เพราะผลที่ได้จากการประเมินจะใช้ในการปรับปรุง แก้ไข การขยายขอบเขต หรือการยุติการดำเนินการซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการประเมิน การประเมินผลแผนงานจึงเป็นสิ่งที่จะบ่งชี้ว่าแผนงานที่กำหนดไว้ได้มีการปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร อันเป็นตัวชี้วัดว่าแผนหรือโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้นให้ผลเป็นอย่างไร นำไปสู่ความสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ อีกทั้งการติดตามและประเมินผลยังเป็นการตรวจสอบดูว่ามีความสอดคล้องกับการใช้ทรัพยากร (งบประมาณ) เพียงใด ซึ่งผลที่ได้จากการติดตามและประเมินผลถือเป็นข้อมูลย้อนกลับ (feedback) ที่สามารถนำไปในการปรับปรุงและการตัดสินใจต่อไป นอกจากนี้การประเมินผลยังถือเป็นกระบวนการตัดสินคุณค่าและการตัดสินใจอย่างมีหลักเกณฑ์โดยใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวม       

ดังนั้นแล้วการติดตามและประเมินผลจึงเป็นกลไกในการตรวจสอบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นเข็มทิศที่จะชี้ได้ว่าการพัฒนาท้องถิ่นจะไปในทิศทางใด  จะดำเนินการต่อหรือยุติโครงการต่างๆ  เป็นกลไกของการขับเคลื่อนเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยในท้องถิ่น  เพราะว่าการดำเนินการใดๆ  ของหน่วยงานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมื่อมีการประเมินผลในสิ่งที่วางแผนไว้แล้วและที่ได้จัดทำเป็นงบประมาณรายจ่ายได้รับการตรวจติดตามโดยคณะกรรมการที่ถูกจัดตั้งขึ้นก็ตามหรือจากการติดตามการประเมินผลโดยหน่วยงานภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาคประชาสังคม  สมาชิกสภาท้องถิ่น  ประชาชนในท้องถิ่นล้วนเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดความโปร่งใส  เป็นกระบวนการที่บอกถึงการบรรลุเป้าหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ซึ่งอาจจะเป็นผลผลิต  การบริการหรือความพึงพอใจซึ่งเกิดจากกระบวนการวางแผน  ซี่งประกอบไปด้วย แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  การวางแผนพัฒนาสามปี

จากเหตุผลดังกล่าว  องค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  จึงต้องการดำเนินการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1 (ระหว่างเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕61 ถึง  กันยายน พ.ศ. ๒๕๖1) ตามระเบียบระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ หมวด ๖  ข้อ ๒๙  และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ๒๕61  ข้อ ๑2 และ  ข้อ ๑3  โดยคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  จะต้องดำเนินการ   (๑)  กำหนดแนวทาง  วิธีการในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  (๒) ดำเนินการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  (๓)  รายงานผลและเสนอความเห็นซึ่งได้จากการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาต่อผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอต่อสภาท้องถิ่น  และคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น  พร้อมทั้งประกาศผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่นทราบในที่เปิดเผยภายในสิบห้าวันนับแต่วันรายงานผลและเสนอความเห็นดังกล่าวและต้องปิดประกาศไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันโดยอย่างน้อยปีละสองครั้งภายในเดือนเมษายนและภายในเดือนตุลาคมของทุกปี 

 

ดังนั้น  เพื่อให้การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  เป็นไปด้วยความถูกต้องตามระเบียบดังกล่าว  คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง    จึงได้ดำเนินการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1  ขึ้น  โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

  1. ความหมาย....

 

เป็นการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของการดำเนินโครงการ  กิจกรรม  ซึ่งเป็นการประเมินทั้งแผนงาน  นโยบายขององค์กรและประเมินผลการปฏบิติงานของบุคคลในองค์กรว่าแผนยุทศาสตร์และแนวทางที่ถูกกำหนดไว้ในรูปแบบของแผนนั้นดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์จริงหรือไม่  สนองตอบต่อความต้องการของประชาชนหรือผู้ที่มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายหรือไม่  การติดตามและประเมินผลนี้ไม่ไช่การตรวจสอบเพื่อการจับผิด  แตเป็นเครื่องมือทดสอบผลการทำงานเพื่อให้ทราบว่าผลที่เกิดขึ้นถูกต้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงไร  เป็นการติดตามและประเมินผลยุทธศาสตร์การพัฒนา  แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) ว่าเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นหรือไม่  นโยบายสาธารณะที่กำหนดไว้ในรูปของการวางแผนแบบมีส่วนร่วมของประชาชนหรือการประชาคมท้องถิ่นได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่  ระยะเวลาในการดำเนินการสอดคล้องกับงบประมาณและสภาพพื้นที่ของท้องถิ่นหรือไม่  การติดตามและประเมินผลเป็นการวัดระดับความสำเร็จหรือล้มเหลวของยุทธศาสตร์การพัฒนา  แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) ซึ่งครอบคลุมถึงสิ่งแวดล้อมของนโยบาย (environments or contexts)  การประเมินปัจจัยนำเข้าหรือทรัพยากรที่ใช้โครงการ (input) การติดตามและประเมินผลกระบวนการนำนโยบายไปปฏิบัติ (implementation process) การประเมินผลิตนโยบาย (policy outputs) การประเมนผลลัพธ์นโยบาย (policy outcomes) และการประเมินผลกระทบนโยบาย (policy impacts) สิ่งที่จะได้รับหรือสนองตอบกลับจากการติดตามและประเมินผลก็คือจะช่วยทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นนำไปเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงนโยบาย  ยุทธศาสตร์การพัฒนา  แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และนโยบายของรัฐบาลหรืออาจใช้เป็นเครื่องมือในการเลือกที่จะกระทำหรือไม่กระทำหรือยกเลิกโครงการในกรณีที่เห็นว่าไม่เกิดความคุ้มค่าต่อประชาชนหรือประชาชนไม่พึงพอใจ  ซึ่งการติดตามและประเมินผลนี้มีทั้งในรูปของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผน  สมาชิกสภาท้องถิ่น  ประชาชนในพื้นที่  องค์กรภาคประชาสังคมหรือองค์กรทางสังคม  องค์กรเอกชน  หน่วยงานราชการที่มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานราชการอื่นๆ  และที่สำคัญที่สุดคือผู้รับผิดชอบโครงการโดยตรง 

 

เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) และการนำแผนพัฒนาท้องถิ่นไปสู่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี  งบประมารรายจ่ายเพิ่มเติม  การจ่ายขาดเงินสะสม  งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจและงบประมาณรายจ่ายด้วยวิธีการอื่นๆ  เมื่อมีการใช้จ่ายงบประมาณก็ต้องมีการตรวจสอบผลการใช้จ่ายงบประมาณว่าดำเนินการไปอย่างไรบ้าง  บรรลุวัตถุประสงค์มากน้อยเพียงใดก็คือการใช้วิธีการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา

การนำแผนไปจัดทำงบประมาณนี้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๑ ข้อ ๒๒ ให้ใช้แผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณ  ให้หัวหน้าหน่วยงานจัดทำงบประมาณการรายรับ  และประมาณการร่ายจ่าย และให้หัวหน้าหน่วยงานคลังรวบรวมรายงานการเงินและสถิติต่างๆ ของทุกหน่วยงานเพื่อใช้ประกอบการคำนวณขอตั้งงบประมาณเสนอต่อเจ้าหน้าที่งบประมาณ

ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๙ ข้อ ๔  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจตั้งงบประมาณให้เงินอุดหนุนหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนได้ภายใต้หลักเกณฑ์  ดังนี้

(๑)  ต้องเป็นภารกิจที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ให้เงินอุดหนุนตามกฎหมาย และต้องไม่มีลักษณะเป็นเงินทุนหมุนเวียน                                                                                         

(๒)  ประชาชนในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้ให้เงินอุดหนุนต้องได้รับประโยชน์จากโครงการที่จะให้เงินอุดหนุน

(๓)  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญกับโครงการอันเป็นภารกิจหลักตามแผนพัฒนาท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการเอง และสถานะทางการคลังก่อนที่จะพิจารณาให้เงินอุดหนุน

(๔)  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นสมควรให้เงินอุดหนุนหน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุน ให้นำโครงการขอรับเงินอุดหนุนของหน่วยงานดังกล่าวบรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น และตั้งงบประมาณไว้ในหมวดเงินอุดหนุนของงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ห้ามจ่ายจากเงินสะสมทุนสำรองเงินสะสม หรือเงินกู้

ระเบียบกระทรวงมหาไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๕ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม  รวมทั้งวางแนวทางเพื่อให้มีการปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามโครงการที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาสามปี  

กล่าวอีกนัยหนึ่งความสำคัญของการติดตามและประเมินผลแผนเป็นเครื่องมือสำคัญในการทดสอบการดำเนินงานตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่  ทำให้ทราบและกำหนดทิศทางการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดความชัดเจนที่ทำให้ทราบถึงจุดแข็ง (strengths) จุดอ่อน (weaknesses) โอกาส (opportunities) ปัญหาหรืออุปสรรค (threats) ของแผนพัฒนา  โครงการ  กิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจเกิดจากองค์กร  บุคลากร  สภาพพื้นที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแผนงานให้เกิดความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในสังคมภายใต้ความต้องการและความพึงพอใจของประชาชนและนำไปสู่การวางแผนการพัฒนาในปีต่อๆ ไป เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงคุณค่าในกิจการสาธารณะมากที่สุดและเมื่อพบจุดแข็ง ก็ต้องเร่งรีบดำเนินการและจะต้องมีความสุขุมรอบคอบในการดำเนินการ  ขยายโครงการ งานต่างๆ ที่เป็นจุดแข็งและพึงรอโอกาสในการเสริมสร้างให้เกิดจุดแข็งนี้ และเมื่อพบจุดแข็ง ก็ต้องเร่งรีบดำเนินการและจะต้องตั้งรับให้มั่นรอโอกาสที่จะดำเนินการและตั้งมั่นอย่างสุขุมรอบคอบพยายามลดถอยสิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคลงไป  เมื่อพบจุดอ่อนต้องหยุดและลดถอยปัญหาลงให้ได้  ดำเนินการปรับปรุงให้ดีขึ้น  ตั้งรับให้มั้นเพื่อรอโอกาสและสุดท้ายเมื่อมีโอกาสก็จะต้องใช้พันธมิตรให้เกิดประโยชน์เพื่อดำเนินการขยายแผนงาน  โครงการ งานต่างๆ พร้อมการปรับปรุงและเร่งรีบดำเนินการสิ่งเหล่านี้จะถูกค้นพบเพื่อให้เกิดการพัฒนาท้องถิ่น  โดยการติดกตามและประเมินผลซึ่งส่งผลให้เกิดกระบวนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างเข้มแข็งและมีความยั่งยืน  เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ได้อย่างดียิ่ง    

๒.๑  เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดการและการบริหาร

๒.๒  เพื่อการปรับปรุงแผนงาน 

๒.๓  เพื่อประเมินความเหมาะสมของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโครงการ

๒.๔  เพื่อระบุแนวทางที่จะปรับปรุงมาตรการที่จะนำไปใช้ให้เหมาะสม

๒.๕  เพื่อความกระจ่างชัดของแผนงาน

๒.๖  เพื่อการพัฒนาแผนงาน

๒.๗  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ให้การสนับสนุนทางการเงิน

๒.๘  เพื่อทดสอบแนวความคิดริเริ่มในการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่น

๒.๙  เพื่อการตัดสินใจที่จะขยายโครงการหรือยุติโครงการ

ขั้นตอนที่ ๑  

แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘  ข้อ ๒๘  ดังนี้ 

ให้ผู้บริหารท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น ประกอบด้วย

(๑) สมาชิกสภาท้องถิ่นที่สภาท้องถิ่นคัดเลือกจำนวนสามคน   

(๒) ผู้แทนประชาคมท้องถิ่นที่ประชาคมท้องถิ่นคัดเลือกจำนวนสองคน

(๓) ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ผู้บริหารท้องถิ่นคัดเลือกจำนวนสองคน

(๔) หัวหน้าส่วนการบริหารที่คัดเลือกกันเองจำนวนสองคน     

(๕) ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผู้บริหารท้องถิ่นคัดเลือกจำนวนสองคน

โดยให้คณะกรรมการเลือกกรรมการหนึ่งคนทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการและกรรมการอีกหนึ่งคนทำหน้าที่เลขานุการของคณะกรรมการ  กรรมการตามข้อ ๒๘ ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปีและอาจได้รับการคัดเลือกอีกได้ 

ขั้นตอนที่ ๒   

คณะกรรมการติดตามแลประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  กำหนดแนวทาง วิธีการในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๙ (๑) 

ขั้นตอนที่ ๓  

คณะกรรมการติดตามแลประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  ดำเนินการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๘  ข้อ ๒๙ (๒) 

  ขั้นตอนที่ ๔  

คณะกรรมการติดตามแลประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  รายงานผลและเสนอความเห็นซึ่งได้จากการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาต่อผู้บริหารท้องถิ่น  เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอต่อสภาท้องถิ่น  และคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น  พร้อมทั้งประกาศผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่นทราบในที่เปิดเผยภายในสิบห้าวันนับแต่วันรายงานผลและเสนอความเห็นดังกล่าวและต้องปิดประกาศไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันโดยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนธันวาคมของทุกปี  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ๒๕61  ข้อ ๑2 (๓)   

ขั้นตอนที่ ๕  

ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอผลการติดตามและประเมินผลต่อสภาท้องถิ่น  และคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น  พร้อมกันประกาศผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่นทราบในที่เปิดเผยภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอผลการติดตามและประเมินผลดังกล่าวและต้องปิดประกาศโดยเปิดเผยไม่น้อยกว่าสามสิบวัน  โดยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนธันวาคมของทุกปี  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘  ข้อ ๑๔ (๕) 

 

          คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  ได้กำหนดกรอบและแนวทางในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง โดยอาศัยหนังสือกระทรวงมหาดไทยและคู่มือของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ดังนี้    

  • หนังสือกระทรวงมหาดไทย  ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๒/ว ๔๘๓๐  ลงวันที่  ๒๒  พฤศจิกายน  ๒๕๕๖  เรื่อง  แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาสามปี (พ.ศ. ๒๕๕๘ – ๒๕๖๐) ขององค์กรปคกรงส่วนท้องถิ่น 
  • หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด  ที่ มท ๐๘๑๐.๒/ว ๐๗๐๓  ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘  เรื่อง  แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาสามปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น    
  • หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๒/ว ๐๖๐๐ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง  แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
  • หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๓/ว 6046  ลงวันที่ 19  ตุลาคม  ๒๕61  เรื่อง  ซักซ้อมแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ๒๕61
  • คู่มือการติดตามและประเมินผลการจัดทำและแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

 

ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยและคู่มือดังกล่าวคณะกรรมการจึงได้กำหนดกรอบและแนวทางในหารติดตามและประเมินผล  ดังนี้

๔.๑  กรอบเวลา (time & timeframe)  ความสอดคล้อง (relevance) ความพอเพียง (adequacy)  ความก้าวหน้า  (progress)  ประสิทธิภาพ (efficiency)  ประสิทธิผล (effectiveness)  ผลลัพธ์และผลผลิต (outcome and output)  การประเมินผลกระทบการประเมินผลกระบวนการ (process evaluation)  มีรายละเอียดดังนี้

(๑)  กรอบเวลา (time & timeframe)

          การดำเนินโครงการเป็นไปตามห้วงเวลาที่กำหนดเอาไว้ในแผนการดำเนินงานหรือไม่  และเป็นห้วงเวลาที่ดำเนินการเหมาะสมต่อถูกต้องหรือไม่  มีความล่าช้าเกิดขึ้นหรือไม่  

(๒)  ความสอดคล้อง (relevance)

มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการบริหารราชการแผ่นดิน  ยุทธศาสตร์ประเทศ  ค่านิยมหลักของคนไทย  นโยบายของรัฐบาล  ยุทธศาสตร์และนโยบายของคณะรักษาความสงบลแห่งชาติ (คสช.) ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด  ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด  แผนพัฒนาอำเภอ  แผนพัฒนาตำบล แผนชุมชน  แผนเศรษฐกิจพอเพียงท้องถิ่น (ด้านการเกษตรและแหล่งน้ำ)  วิสัยทัศน์  พันธกิจ  จุดมั่งหมายเพื่อการพัฒนา  แนวทางการการพัฒนา  รวมทั้งปัญหา  ความต้องการของประชาคมและชุมชน

 (๓)  ความพอเพียง (adequacy) 

                    การบรรจุโครงการในแผนพัฒนาเป็นโครงการที่มีความจำเป็นต่อประชาชนในชุมชน  สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ในชุมชน และสามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่น  โดยคำนึงถึงงบประมาณของท้องถิ่น

 

(๔)  ความก้าวหน้า  (Progress)

พิจารณาถึงความก้าวหน้าในอนาคตของท้องถิ่น  โดยพิจารณา

๑)  ด้านโครงสร้างพื้นฐาน

มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี  มีถนนในการสัญจรไปมาได้สะดวก  ปลอดภัย  ประชาชนมีน้ำใช้ในการอุปโภค-บริโภคทุกครัวเรือน  ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ครบทุกครัวเรือน และมีไฟฟ้าสาธารณะครบทุกจุด  มีแหล่งน้ำในการเกษตรพอเพียง 

๒)  ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต

เด็กได้รับการศึกษาบั้นพื้นฐานทุกคน  ผู้สูงอายุ  ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์  ผู้ด้อยโอกาสได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงกลุ่มอาชีพมีความแข้งแข็ง  โรคติดต่อ  โรคระบาด  โรคอุบัติใหม่ลดลง  สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น  มีที่อยู่อาศัยที่มีสภาพมั่นคงแข็งแรง  ประชาชนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

๓)  ด้านการจัดระเบียบชุมชนและการรักษาความสงบเรียบร้อย

ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  ชุมชนปลอดยาเสพติด  ปลอดการพนัน  อบายมุข  การทะเลาะวิวาท                                                         

๔)  ด้านเศรษฐกิจ พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว

                    มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ  การพาณิชยกรรมเพิ่มมากขึ้น มีการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น  ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและเพียงพอในการดำรงชีวิต 

๕)  ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                    ทรัพยากรธรรมชาติไม่ถูกทำราย  สภาพแว้ดล้อมในชุมชนดีขึ้น ปราศจากมลภาวะที่เป็นพิษ ขยะในชุมชนลุดลงและถูกกำจัดอย่างเหมาะสม  ปริมาณน้ำเลียลดลง  การระบายน้ำดีขึ้น   

๖)  ด้านศิลปะ  วัฒนธรรม  จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ศิลปะ  วัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นท้องถิ่นยังคงอยู่และได้รับการส่งเสริมอนุรักษ์สู่คนรุ่นต่อไป  ประชาชน  เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นมีจิตสำนึก เกิดความตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานภูมิปัญญาและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งที่เป็นชีวิต ค่านิยมที่ดีงาม และความเป็นไทย  รวมทั้งได้เรียนรู้ความสำคัญ รู้จักวิถีชีวิต รู้ถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์ในท้องถิ่น ความเป็นมาและวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น อันจะสร้างความภูมิใจและจิตสำนึกในการรักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นสืบไป

(๕)  ประสิทธิภาพ (efficiency)

                    ติดตามและประเมินโครงการที่ดำเนินการว่าสามารถดำเนินการได้บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่  มีผลกระทบเกิดขึ้นหรือไม่  ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจหรือไม่  การดำเนินโครงการสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้หรือไม่  งบประมาณถูกใช้ไปอย่างประหยัดและคุ้มค่า  วัสดุ  อุปกรณ์  ครุภัณฑ์  ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า  มีการบำรุงรักษาและซ่อมแซม  มีการปรับปรุงหรือไม่

 (๖)  ประสิทธิผล (effectiveness) 

                    ประชาชนมีความพึงพอใจมากน้อยเพียงใด  ปัญหาของชุมชนประชาชนได้รับการแก้ไขหรือไม่  มีผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนหรือไม่ 

(๗)  ผลลัพธ์และผลผลิต (outcome and output) 

                    ประชาชน  ชุมชน  ได้รับอะไรจากการดำเนินโครงการขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง ซึ่งส่งผลไปถึงการพัฒนาจังหวัด  ภูมิภาคและระดับประเทศ     

(๘)  การประเมินผลกระทบการประเมินผลกระบวนการ (process evaluation)

                    เป็นการประเมินถึงผลกระทบต่อชุมชนและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยพิจารณาถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน  สังคม  สภาพแวดล้อม  สิ่งแวดล้อม  ธรรมชาติ  เศรษฐกิจ ว่ามีผลกระทบเกิดขึ้นอย่างไร  สาเหตุจากอะไร  ประเมินผลกระบวนการการดำเนินงานโครงการ กระบวนการเหมาะสม ถูกต้องหรือไม่

 ๔.๒  การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของท้องถิ่น

          คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  ดำเนินการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมท้องถิ่น  ในระดับชุมชนและทั้งในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  และรวมทั้งตำบล  อำเภอ  เนื่องจากในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียงนั้นมีหมู่บ้านที่บางส่วนหรือและส่วนใหญ่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียงและเขต อปท.ข้างเคียง  ซึ่งมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันกับสภาพแวดล้อมภายใต้สังคมที่เป็นทั้งระบบเปิดมากกาว่าระบบปิดในปัจจุจบัน

๔.๓  การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

          คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  ดำเนินการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก  เป็นการตรวจสอบ  ประเมินและกรองปัจจัยหรือข้อมูลจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีผลกระทบต่อท้องถิ่น  เช่น สภาพเศรษฐกิจ เทคโนโลยี  การเมือง  กฎหมาย  สังคม  สิ่งแวดล้อม  วิเคราะห์เพื่อให้เกิดการบุรณาการ (integration) ร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ  การวิเคราะห์สภาพภายนอกนี้ เป็นการระบุถึงโอกาสและอุปสรรคที่จะต้องดำเนินการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

๔.๔  การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน 

เป็นการตรวสอบ ประเมินและกรองปัจจัยหรือข้อมูลจากสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ปัจจัยใดเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะแสวงหาโอกาสพัฒนาและหลีกเลี่ยงอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้  ซึ่งการติดตามและประเมินผลโดยกำหนดให้มีการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน  สามารถทำได้หลายแนวทาง  เช่น  การวิเคราห์ห่วงโซ่แห่งคุณค่าภายในท้องถิ่น (value-chain analysis)  การวิเคราะห์ปัจจัยภายในตามสายงาน (scanning functional resources)  เป็นการวิเคราะห์  ตราวจสอบ  ติดตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อวิเคาะห์ถึงจุดแข็งและจุดอ่อน 

๔.5  การติดตามประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง

  • ติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ. ๒๕๖1–๒๕๖4) รวมทั้งที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติม 

๔.๖.1  ดำเนินการตรวจสอบในระหว่างการดำเนินโครงการพัฒนาและกิจกรรมที่ดำเนินการจริง

ทั้งหมดในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำปีงบประมาณนั้น  ว่าสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

๔.6.2  สรุปผลการดำเนินโครงการในแผนพัฒนา 

๔.6.3  สรุปผลการประเมินความพึงพอใจ

๔.6.4  เปรียบเทียบผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาและปีปัจจุบัน

๔.6.5 เสนอแนะความคิดเห็นที่ได้จากการติดตามและประเมินผล

 

          ระเบียบ วิธีในการติดตามและประเมินผล วิธีการในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  ซึ่งต้องกำหนดวิธีการติดตามและประเมิน  กำหนดห้วงเวลาในการติดตามและประเมินผล  โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ  ๒  ประการ  ดังนี้

๕.๑  ระเบียบในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  ระเบียบวิธีในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา  มีองค์กระกอบ  ๔  ประการ  ดังนี้

                    (๑)  ผู้เข้าร่วมติดตามและประเมินผล  ได้แก่  คณะกรรมการติดตามและประเมิน  ผู้รับผิดชอบแผนพัฒนา  สมาชิกสภา  ประชาชนในท้องถิ่น  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง  และผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) ในท้องถิ่น  ผู้รับผิดชอบโครงการ 

                    (๒)  ขั้นตอนในการติดตามและประเมินผล (รายละเอียดตามหัวข้อที่ ๓ ข้างต้น)

                    (๓)  ห้วงระยะเวลาในการติดตามและประเมินผล

                   คณะกรรมการต้องดำเนินการติดตามรายงานผลและเสนอความเห็นซึ่งได้จากการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาต่อผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นเสนอต่อสภาท้องถิ่น และคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น  พร้อมทั้งประกาศผลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่นทราบในที่เปิดเผยภายในสิบห้าวันนับแต่วันรายงานผลและเสนอความเห็นดังกล่าวและต้องปิดประกาศไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบวันโดยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนธันวาคมของทุกปี โดยสามารถติดตามเป็นรายไตรมาสและรายหกเดือนได้  ดังนี้

รายไตรมาส

                   (๑)  ไตรมาสที่  ๑         (เดือน  ตุลาคม – ธันวาคม)       

(๒)  ไตรมาสที่  ๒         (เดือน  มกราคม – มีนาคม)

                   (๓)  ไตรมาสที่  ๓         (เดือน  เมษายน – มิถุนายน)      

(๔)  ไตรมาสที่  ๔         (เดือน  กรกฎาคม – กันยายน)

ระยะ  ๖  เดือน

                   (๑)  เดือน  ตุลาคม  –  มีนาคม                                                                                           (๒)  เดือน  เมษายน – กันยายน 

          (๔)  เครื่องมือ  อันได้แก่  

เครื่องมือ  อุปกรณ์  สิ่งที่ใช้เป็นสื่อสำหรับการติดตามและประเมินผล เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูลแผนพัฒนาที่ได้กำหนดขึ้น  ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น  ข้อมูลดังกล่าวเป็นได้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ  และข้อมูลเชิงคุณภาพ  มีความจำเป็นและสำคัญในการนำมาหาค่าและผลของประโยชน์ที่ได้รับจากแผนพัฒนา  เป็นแบบสอบถาม  แบบวัดคุณภาพแผน  แบบติดตามและประเมินผลโครงการสำหรับแผนพัฒนาเพื่อความสอดคล้องของยุทธศาสตร์และโครงการ  แบบตัวบ่งชี้ของการปฏิบัติงาน  แบบบันทึกข้อมูล  แบบรายงาน  เพื่อนำไปวิเคราะห์ทางสถิติ  และการหาผลสัมฤทธิ้โดยรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น 

(๕)  กรรมวีธี  อันได้แก่

                             เป็นวิธีการติดตามและประมินผล โดยดำเนินตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ อันได้แก่แผนพัฒนา  แผนการดำเนินการ  ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย  การลงนามในสัญญา  การเบิกจ่ายงบประมาณ  เอกสารการดำเนินโครงการ  ทรัพย์สินต่างๆ มีอยู่จริงหรือไม่  สภาพของทรัพย์สินนั้นเป็นอย่างไร อันได้แก่  ครุภัณฑ์  ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง  กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เพื่อตรวจดูว่าดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และได้รับผลตามที่ตั้งไว้หรือไม่ โดยการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล (data analysis)

๕.๒  วิธีในการติดตามและประเมินผล

(๑)  การออกแบบการติดตามและประเมินผล 

ดำเนินการออกแบบการติดตามประเมินผล  เริ่มจากการเก็บรวบรวมข้อมูล  การนำข้อมูลมาวิเคราะห์  เปรียบเที่ยบ  การค้นหาผลกระทบของการดำเนินโครงการ ผลกระทบต่อองค์กรสอบถามข้อมูลจากผู้รับผิดชอบโครงการ  นำมาวิเคราะห์ปัญหา  สรุปผลเสนอแนะการแก้ไขปัญหา 

(๒)  วิธีการเก็บรวมรวมข้อมูลการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา 

โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564) แผนการดำเนินการ  ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย  เอกสารการเบิกจ่าย  ภาพถ่าย  ทะเบียนทรัพย์สิน  เอกสารการดำเนินโครงการจากผู้รับผิดชอบโครงการ  ลงพื้นที่ตรวจสอบ  สอบถามประชาชนในพื้นที่

          สิ่งที่จะทำให้การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพก็คือเครื่องมือที่ใช้ในการดำเนิการติดตามประเมินผลตามที่กล่าวไปแล้วในระบียบวิธีการติดตามและประเมินผล  คณะกรรมการได้พิจารณาเครื่องมือที่ใช้ในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  ดังนี้ 

๖.๑  การประเมินผลในเชิงปริมาณ

(๑)  แบบตัวบ่งชี้ในการปฏิบัติงาน  ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๑๐.๒/ว ๐๖๐๐ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๕๙ เรื่อง  แนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำและประสานแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

                   (๒)  แบบอื่นๆ : ตามคู่มือกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น  ดังนี้

แบบที่  ๑  แบบการกำกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วน

    ท้องถิ่น

แบบที่  ๒  แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 (๓)  ข้อมูลในระบบ e-plan  (www.dla.go.th)

๖.๒  การประเมินผลในเชิงคุณภาพ 

เครื่องมือที่ใช้  คือแบบสำรวจความพึงพอใจ ในการวัดผลเชิงคุณภาพโดยภาพรวม โดยได้มีการประเมินความพึงพอใจ  ซึ่งการประเมินความพึงพอใจทำให้ทราบถึงผลเชิงคุณภาพในการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียงในภาพรวม  โดยเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินความพึงพอใจ  มีดังนี้

แบบที่ 1  แบบประเมินความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วน

ตำบลนาเลียงในภาพรวม

แบบที่ 2  แบบประเมินความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วน

ตำบลนาเลียงในแต่ละยุทธศาสตร์

แบบที่ 3  แบบประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการในงานบริการขององค์การบริหาร

ส่วนตำบลนาเลียง (ให้หน่วยงานภายนอกดำเนินการ)

๖.๓  การติดตามประเมินผลรายโครงการ 

กำหนดให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการติดตามโครงการโดยผู้รับผิดชอบโครงการอาจมอบหมายให้บุคคล หรือ คณะกรรมการ  หรือ คณะทำงาน  กำหนดแบบและวิธีการติดตามและประเมินได้ตามความเหมาะสม และสรุปปัญหา-อุปสรรค  ข้อเสนอแนะหรือแสดงความคิดเห็น

 

๗.๑  ทำให้รู้ว่าการนำนโยบายไปปฏิบัติมีสมรรถภาพในการจัดการและบริหารมากน้อยเพียงใด

๗.๒  เห็นจุดสำคัญที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างชัดเจน  ทั้งวัตถุประสงค์ของแผนงาน  ขั้นตอนการปฏิบัติ  ทรัพยากรที่ต้องใช้ ช่วงเวลาที่จะต้องกระทำให้เสร็จ  ซึ่งจะทำให้แผนงานมีความเหมาะสมต่อการนำไปปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๗.๓  ทำให้ทราบว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงโครงการอย่างไรบ้างให้เหมาะสม  ระดับการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน  การเปลี่ยนแปลงจะก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้าง  อาทิ  เช่น  การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์บางส่วน การเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติ  หรือการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานที่รับผิดชอบการนำโครงกาไปปฏิบติ เป็นต้น

๗.๔  ทำให้ทราบว่ามาตรการหรือกิจกรรมที่ใช้อยู่มีข้อบกพร่องอะไรบ้าง  ข้อบกพร้องดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอะไร  เพื่อนำมาประมวลผลเพื่อแสวงหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงมาตรการใหม่ให้เหมาะสมต่อการนำไปปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ยิ่งขึ้น

๗.๕  ทำให้ทราบว่าขั้นตอนใดบ้างที่มีปัญหาอุปสรรค  และปัญหาอุปสรรคเหล่านั้นเกิดจากสาเหตุอะไร  เมื่อทราบข้อมูลทั้งหมด  การประเมินผลจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับปรุงขั้นตอนการทำงานของแผนงานให่มีความกระจ่างชัด  เพื่อขจัดปัญหาาอุปสรรคที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนให้หมดไป

๗.๖  ทำให้ทราบว่าแผนงานที่นำไปปฏิบติมีจุดแข็ง (stregths) และจุดอ่อน (weaknesses)  อะไรบ้าง และจุดอ่อนที่พบเกิดจากสาเหตุอะไรและจะแก้ไขได้อย่างไร  เมื่อได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลครบถ้วนแล้ว  ผลการวิเคราะห์จะนำไปสู่การพัฒนาแผนงานให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

๗.๗  ทำให้ผู้ให้การสนับสนุนการนำโครงการไปปฏิบัติและผู้สนับสนุนการประเมินผลทราบผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติบรรลุวัตถุประสงค์เพียงใด  มีปัญหาอุปสรรคที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขโครงการหรือไม่   (ผู้สนับสนุนทางการเงินมี  ๒ ส่วน  คือ ส่วนแรก คือ ผู้สนับสนุนการเงินแก่โครงการ เพื่อให้การนำโครงการไปปฏิบัติประสบผลสำเร็จ  และส่วนที่สอง  คือ ผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อทำการประเมินผลโครงการ  ทั้งผู้ให้การสนับสนุนการนำโครงการไปปฏิบัติและผู้สนับสนุนทางการเงิน  เพื่อทำการประเมินผลต่างๆ)     

๗.๘  การประเมินจะชี้ให้เห็นว่าแนวความคิดริเริ่มใหม่ในการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้เพียงใด มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานอย่างไรบ้าง และปัญหาอุปสรรคเหล่านี้ได้ผลเพียงใด  และหรือจะต้องปรับปรุงในส่วนใดบ้าง      

๗.๙  การประเมินจะทำให้เกิดความกระจ่างชัดว่าโครงการใดที่นำไปปฏิบัติแล้วได้ผลดีสมควรจะขยายโครงการให้ครอบคลุมกว้างยิ่งขึ้นหรือโครงการใดมีปัญหาอุปสรรคมากและไม่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาของสังคมควรจะยุติโครงการเสียเพื่อลดความสูญเสียให้น้อยลง  หรือในกรณีที่มีโครงการทีมีลักษณะแข่งขันกันการประเมินผลจะทำให้ทราบว่าโครงการใดมีประสทิธิภาพในการแก้ไขปัญหาของสาธารณชนสมควรสนับสนุนให้ดำเนินการต่อไป ส่วนโครงการที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือให้ผลตอบแทนน้อยกว่ามาก ก็ควรยกเลิกทิ้งเสีย    


  1. นายณัฐพงษ์  คนครอง         ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง                 กรรมการ
  2. นายอะนงค์  ผาลัง    สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  หมู่ 9          กรรมการ
  3. นายพงษ์พัฒน์ กำริสุ      สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  หมู่ 11       กรรมการ
    1. นายเต็ม  วงค์คำจันทร์         ประธานประชาคม  หมู่ 5                                      กรรมการ
    2. นายถวัลย์  จันไชยภูมิ          ประธานประชาคม  หมู่  8                                     กรรมการ
    3. นายธำรงค์  ลาดบาศรี         ตัวแทนอาจารย์จากโรงเรียนบ้านนาเลียง                         กรรมการ
    4. นางนันทวัน  ศรีบุรมย์         ผู้อำนวยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาเลียง            กรรมการ
    5. นายณรงค์  วงค์คำจันทร์       ผู้ทรงคุณวุฒิ                                                        กรรมการ
    6. นายจอม  หล่นเครือ ผู้ทรงคุณวุฒิ                                                        กรรมการ
    7. นางกัลยา  ขันทองคำ   ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง                          กรรมการ
    8. นางสาวประภา  กุลวงษา  นักวิเคราะห์นโยบายและแผน                   เลขานุการ/กรรมการ

 

๙.๑  นายเมือง  ชาเทราช           รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง     ประธานอนุกรรมการ

๙.๓  นางสาวจิตรี  สิริขจรคุณ        หัวหน้าสำนักปลัด                              เลขานุการ/อนุกรรมก

ส่วนที่ 2

ในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาของตำบลนาเลียง  คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาตำบลนาเลียง  ได้กำหนดเครื่องมือ  อุปกรณ์  สิ่งที่ใช้เป็นสื่อสำหรับการติดตามและประเมินผล  เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูลแผนพัฒนาที่ได้กำหนดขึ้น  ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น  ข้อมูลดังกล่าวเป็นได้ทั้งข้อมูลเชิงปริมาณ  และข้อมูลเชิงคุณภาพ  มีความจำเป็นและสำคัญในการนำมาหาค่าและผลของประโยชน์ที่ได้รับจากแผนพัฒนา  เป็นแบบสอบถาม  แบบวัดคุณภาพแผน  แบบติดตามและประเมินผลโครงการสำหรับแผนพัฒนาเพื่อความสอดคล้องของยุทธศาสตร์และโครงการ  แบบตัวบ่งชี้ของการปฏิบัติงาน  แบบบันทึกข้อมูล  แบบรายงาน  เพื่อนำไปวิเคราะห์ทางสถิติ  และการหาผลสัมฤทธิ้โดยรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น  โดยเครื่องมือที่ใช้ในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียง  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1  (ระหว่างเดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕61  ถึง กันยายน ๒๕๖1)  คือการประเมินผลในเชิงปริมาณ  โดยใช้แบบการติดตามและประเมิลผลแบบตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน (Performance  Indicators) ดังนี้ 

๑.  ลักษณะของแบบตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน

          เป็นเครื่องมือที่ใช้วัดผลการปฏิบัติงานหรือประเมินผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ  ซึ่งสามารถแสดงผลการวัดหรือประเมินผลการวัดในรูปข้อมูลเชิงปริมาณ  เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน  ซึ่งสามารถ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดตามและประเมินผลในการพัฒนากิจกรรม โครงการ ตลอดจนกลยุทธ์/แผนงาน  ซึ่งตัวบ่งชี้การปฏิบัติงานจะเป็นการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยน้ำเข้า (Input) กระบวนการ (processes)  ผลผลิต (output)  และผลกระทบ (impact)  อันจะช่วยในการวิเคราะห์การดำเนินงานที่เกิดขึ้น  ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการทำงานต่อไปเงื่อนไขสำคัญของตัวแบบบ่งชี้การปฏิบัติก็คือ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (key stakeholders)  ในการกำหนดตัวบ่งชี้ เพราะจะเป็นการสร้างความเข้าใจร่วมกัน  ตลอดจนการใช้ตัวบ่งชี้เหล่านั้นในการดำเนินการช่วยในการตัดสินใจได้ต่อไป การใช้ตัวบ่งชี้การปฏิบัติงานจะเริ่มจาการกำหนดเป้าหมายในการปฏิบัติและแนวทางการประเมินความสำเร็จตามตัวบ่งชี้ที่กำหนดไว้ในบางแผนงานอาจมีการกำหนดระบบเตือนภัยล่วงหน้า (eariy warning system)  เพื่อให้ทราบข้อผิดพลาดจากการดำเนินการที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามแนวทางที่ได้วางไว้หรือไม่  หรืออาจมีการประเมินแนวลึก (in – depth  evaluation)  เพื่อให้ทราบรายละเอียดของข้อมูลที่จำเป็น  

๒. ความสำคัญของการใช้แบบตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน

๒.๑  ทำให้ทราบไดว่าสิ่งที่ไดดําเนินการไปนั้นมีความกาวหนามากนอยเพียงใด สําเร็จหรือไม สําเร็จเพราะเหตุใดประชาชนที่มาขอรับบริการพอใจหรือไม

๒.๒  สามารถคาดการณลวงหนาได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  ตอไปในอนาคตผูที่ควบคุมดูแลกิจกรรมเหลานั้นจะหาวิธีการแกไขปญหาที่จะเกิดขึ้นไดทันตอ เหตุการณ หรือแมวาเหตุการณจะสิ้นสุดแลวก็ตาม ผลการประเมินตัวชี้วัดที่ไดจะเปนประโยชนในการวางแผนการ ปฏิบัติงานในอนาคต เพื่อใหการปฏิบัติงานตอไปประสบผลสําเร็จตามวัตถุประสงคอยางมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

๒.๓  เพื่อนําไปสูการพัฒนาวิธีการปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดีขึ้น

 ๒.๔  เปนเครื่องมือในการวัดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการทํางานและใชเปนเกณฑพิจารณาในการจัดสรรเงินรางวัล (Bonus) แกขาราชการและลูกจางของสวนราชการตางๆ โดยคาดหวังวาจะเปนเครื่องมือกระตุนใหขาราชการทํางานอยางมีประสิทธิภาพ และมีผลตอบแทนที่เปนธรรม

๓.  วัตถุประสงค์ในการใช้แบบตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน

๓.๑  เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพของการจัดทำแผนพัฒนา

๓.๒  เพื่อให้ทราบถึงผลการนำแผนพัฒนาไปปฏิบัติ

๓.๓  เพื่อให้ทราบถึงผลกระทบของการดำเนินโครงการ   

 ๔.  ขั้นตอนการดำเนินงานตามแบบตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน  

๔.๑  กำหนดตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน

๔.๒  กำหนดเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้

๔.๓  ดำเนินการประเมินตามตัวบ่งชี้

๔.๔  สรุปผลการประเมินตามตัวบ่งชี้  

๔.๑  การกำหนด... 

๔.๑  การกำหนดตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน  คะแนนเต็ม  4๐  คะแนน  ดังนี้

          (๑)  แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ. ๒๕61 – ๒๕๖4)

                   ตัวบ่งชี้ที่  ๑  :  ขั้นตอนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564) (10  คะแนน)

ตัวบ่งชี้ที่  ๒  :  คุณภาพแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564) (10  คะแนน)  

 (2)  การนำแผนไปปฏิบัติ

ตัวบ่งชี้ที่  3  :  การดำเนินโครงการ (10  คะแนน)

ตัวบ่งชี้ที่  4  :  ผลกระทบหรือความเสียหายจากการดำเนินโครงการ (10  คะแนน)

 

๔.๒  กำหนดเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้  คะแนนเต็ม  ๓๐  คะแนน  ดังนี้

คะแนน  4๐  คะแนน            =  ดีมาก

คะแนน 30   ขึ้นไป               =  พอใช้

ต่ำกว่า   ๒๐                     =   ต้องปรับปรุง

 

ตัวบ่งชี้ที่  ๑     :  ขั้นตอนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์

เกณฑ์ตัวชี้วัด  :   มีการดำเนินการครบทุกขั้นตอน  คะแนนเต็ม  10  คะแนน

  • มีการดำเนินการครบทุกขั้นตอน (๑๐ ขั้นตอน)            ได้  10  คะแนน
  • มีการดำเนินการ ๘ – ๙  ขั้นตอน                         ได้  8  คะแนน
  • มีการดำเนินการ ๖ – ๗  ขั้นตอน                         ได้  6  คะแนน
  • มีการดำเนินการไม่ถึง ๖  ขั้นตอน                          ไม่ได้คะแนน

 

ผลการติดตามและประเมิน

ตัวบ่งชี้ที่ ๑ : ขั้นตอนการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี

คะแนนเต็ม   10  

คะแนนที่ได้   10   .

ลำดับที่

การดำเนินการ

มีการดำเนินการ

(ใส่เครื่องหมาย ü)

คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นจัดประชุมประชาคมท้องถิ่น  ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น  รับทราบปัญหา  ความต้องการ  ประเด็นการพัฒนา  และประเด็นที่เกี่ยวข้องตลอดจนความช่วยเหลือทางวิชาการ  และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อนำมากำหนดแนวทางการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  โดยให้นำข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนามาจากหน่วยงานต่างๆ และข้อมูลในแผนชุมชนมาพิจารณาประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา

ü

คณะกรรมการมีการกำหนดแนวทางการพัฒนา 

ü

คณะกรรมการได้นำข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนามาจากหน่วยงานต่างๆ และข้อมูลในแผนชุมชนมาพิจารณาประกอบการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564)

ü

มีการเพิ่มเติม/เปลียนแปลง/แก้ไข

ü

มีการเสนอโครงการจากที่ประชาคมท้องถิ่น

ü

มีการพิจารณาแผนชุมชนที่เกินศักยภาพมาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564)

ü

มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ

ü

มีการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนในการจัดทำร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561-2564)

ü

มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพิจารณาร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561-2564)

ü

๑๐

ผู้บริหารประกาศใช้แผนแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561-2564)ได้ทันภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕59 

ü

มีการดำเนินการครบ  ๑๐  ขั้นตอน 

 

ตัวบ่งชี้ที่  2     :  คุณภาพแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564)

เกณฑ์ตัวชี้วัด  :   มีการดำเนินการตามประเด็นการพิจารณาการจัดทำแผน  คะแนนเต็ม 10 คะแนน

  • ประเด็นการพิจารณา  ๑๐๐            คะแนน           ได้  10  คะแนน
  • ประเด็นการพิจารณา  ๙๐ – ๙๙       คะแนน           ได้  8  คะแนน
  • ประเด็นการพิจารณา  ๘๐ – ๘๙       คะแนน           ได้  6  คะแนน
  • ประเด็นการพิจารณาต่ำกว่า  ๘๐       คะแนน           ไม่ได้คะแนน

ผลการติดตามและประเมิน

ตัวบ่งชี้ที่  2     :  คุณภาพแผนพัฒนาสามปี

คะแนนเต็ม   10  

คะแนนที่ได้   8   .

แผนพัฒนา

การติดตามและประเมิน

คะแนนประเมิน

คะแนนที่ได้

แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี  (พ.ศ.2561 – 2564)

การติดตามและประเมินผลโครงการสำหรับแผนพัฒนาเพื่อความสอดคล้องของยุทธศาสตร์และโครงการ

๙6  คะแนน

8

 

การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  คณะกรรมการฯ สามารถนำเอาผลการวัดคุณภาพของ

แผนมาใช้เป็นกรอบหรือแนวทางในการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น  ได้ตามความเหมาะสม เพื่อรวบรวมรายงานให้ผู้บริหารทราบ และเป็นข้อมูลในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นต่อไป  

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาตำบลนาเลียง  ได้ดำเนินการวัดคุณภาพแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564) ตามแบบประเมินคุณภาพของแผนพัฒนา  โดยสรุปผลการวัดคุณภาพแผนมีรายละเอียด  ดังนี้

 

รายละเอียดผลการติดตามและประเมินผลโครงการสำหรับแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564)

เพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์และโครงการ

ประเด็นการพิจารณา

คะแนนเต็ม

คะแนน

ที่ได้

. การสรุปสถานการณ์การพัฒนา 

๑๐

๑๐

. การประเมินผลการนำแผนพัฒนาไปปฏิบัติในเชิงปริมาณ

๑๐

. การประเมินผลการนำแผนพัฒนาไปปฏิบัติในเชิงคุณภาพ

๑๐

. แนวทางการพัฒนาและยุทธศาสตร์การพัฒนา

๑๐

๑๐

 

40

38

. โครงการพัฒนาประกอบด้วย

๖๐

๖๐

   ๕.๑ ความชัดเจนของชื่อโครงการ

   ๕.๒ กำหนดวัตถุประสงค์สอดคล้องกับโครงการ

   ๕.๓ จำนวนวัตถุประสงค์มีความเหมาะสมกับโครงการ

   ๕.๔ เป้าหมาย (ผลผลิตของโครงการ) มีความชัดเจนนาไปสู่การตั้งงบประมาณได้ถูกต้อง

4

   ๕.๕ เป้าหมาย (ผลผลิตของโครงการ) มีความสอดคล้อง ต่อเนื่องกับระยะเวลาปี (4 ปี)

2

   ๕.๖ งบประมาณมีความสอดคล้องกับเป้าหมาย (ผลผลิตของโครงการ)

   ๕.๗ มีการประมาณการราคาถูกต้องตามหลักวิธีการงบประมาณ

   ๕.๘ มีงบประมาณที่ผ่านมา ๓ ปีย้อนหลัง ตามความเป็นจริง

   ๕.๘ โครงการแต่ละโครงการครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี ทุกโครงการ

   ๕.๑๐ มีการกำหนดตัวชี้วัด (KPI) และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และผลที่คาดว่าจะได้รับ

   ๕.๑๑ ตัวชี้วัด (KPI) วัดได้ถูกต้องตามหลักของการจัดทำโครงการ

   ๕.๑๒ ผลที่คาดว่าจะได้รับ สอดคล้องกับโครงการ

 

   ๕.๑๓ ผลที่คาดว่าจะได้รับ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 

   ๕.๑๔ หน่วยงานรับผิดชอบหลักสอดคล้องกับ แบบ ยท. ๐๓ และ แบบ ยท. ๐๔

 

60

58

รวม

๑๐๐

๙6

 

ตัวบ่งชี้ที่  3  การดำเนินโครงการ

เกณฑ์การประเมิน  การดำเนินโครงการ  คะแนนเต็ม  10  คะแนน

  • ดำเนินการได้มากกว่าร้อยละ ๕๐                 ได้  10  คะแนน
  • ดำเนินการได้มากกว่าร้อยละ ๔๐                 ได้  8  คะแนน
  • ดำเนินการได้ร้อยละ ๓๐ ขึ้นไป                  ได้  6  คะแนน
  • ดำเนินการได้ต่ำกว่าร้อยละ ๓๐                   ไม่ได้คะแนน

                                     

ผลการติดตามและประเมิน

ตัวบ่งชี้ที่  3  การดำเนินโครงการ

คะแนนเต็ม   10  

คะแนนที่ได้   8  .

การดำเนินการ

จำนวนโครงการ

ร้อยละ

 

คะแนน

แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564)

117

-

-

แผนการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1

61

52.13

-

ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1

61

52.13

-

การดำเนินงานจริง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1 

(ระหว่างเมษายน ๒๕61 ถึง กันยายน ๒๕๖1)

42

68.85

8

 

หมายเหตุ  :  คำนวณร้อยละจากแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564)

(เฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1)

 

ตัวบ่งชี้ที่  4  ผลกระทบหรือความเสียหายจากการดำเนินโครงการ

เกณฑ์การประเมิน  ผลกระทบหรือความเสียหายที่เกิดขึ้น คะแนนเต็ม  10  คะแนน

  • ไม่มีผลกระทบ                                     ได้  10  คะแนน
  • มีผลกระทบ  ๑  โครงการ                        ได้  8  คะแนน
  • มีผลกระทบ ๒ – ๓  โครงการ                    ได้  6  คะแนน
  • มีผลกระทบมากกว่า ๓  โครงการ                ไม่ได้คะแนน

         

ผลการติดตามประเมิน

ตัวบ่งชี้ที่  4  ผลกระทบหรือความเสียหายจากการดำเนินโครงการ

คะแนนเต็ม   10  

คะแนนที่ได้   8   .

โครงการที่ดำเนินการ

จำนวนโครงการ

ผลกระทบ

 

โครงการที่ดำเนินการ

(เมษายน ๒๕61 ถึง กันยายน 2561)

42

มีผลกระทบ

10

 

ข้อคิดเห็น  

จากสรุปผลการประเมินตัวบ่งชี้การปฏิบัติงาน  คะแนนที่ได้  10  คะแนน  ถือว่าดีเพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด

ข้อเสนอแนะ 

เพื่อให้การดำเนินโครงการของอบต.บรรลุเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ในแผนพัฒนา  ในครึ่งปีหลังงบประมาณ  อบต.สามารถดำเนินการได้ร้อยละ  68.85 ถือว่าเหมาะสมและค่อนข้างดีเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนา  และไม่ให้ประชาชนเกิดความไม่พึงพอใจในการดำเนินงาน  องค์การบริหารส่วนตำบลนาเลียงถือว่าแก้ไขปัญาให้กับประชาชนได้ตามความต้องการสูงสุดของประชาชน และเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด 

 

ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  พ.ศ. ๒๕๔๘  หมวด ๖  ข้อ ๒๙  และระะเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕61 ข้อ ๑2  (3) ประกอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีการบริหารกิจการบ้านเมือง  ที่ดี ยึดหลักธรรมาภิบาลและปรับระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัยสามารถตอบสนองความต้องการประชาชน  เพื่อให้การดำเนินงานมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ริเริ่มโครงการระบบสารสนเทศการบริหารจัดการเพื่อการวางแผนและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-Plan) ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ภายใต้แนวคิดการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม  ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนและติดตามประเมินผลการบริหารงาน ทั้งนี้ ได้มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

 

          เพื่อให้ตามติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาของตำบลนาเลียง  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1  (ระหว่างเดือนเมษายน ๒๕61 – กันยายน ๒๕๖1) เป็นไปด้วยความถูกต้องและบรรลุเป้าหมายตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยและข้อสั่งการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดังกล่าว  ตำบลนาเลียง  จึงได้ดำเนินการนำเข้าข้อมูลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ. ๒๕๖1 – ๒๕๖4) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖1  ในระบบ e-plan  และได้นำข้อมูลในระบบอีแพลนดังกล่าวมาใช้ในการติดตามและประเมินผลแผนครั้งนี้  รายละเอียดตามรายงานสรุปผลการดำเนินงาน  ดังนี้

 

ส่วนที่  4

สรุปผลการติดตามและประเมินผล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564)

          ยุทธศาสตร์และจำนวนโครงการที่ปรากฏอยู่ในแผนและจำนวนโครงการที่ได้ปฏิบัติ

ยุทธศาสตร์การพัฒนา

จำนวนโครงการ

ปรากฏอยู่ในแผนพัฒนาสี่ปี   (พ.ศ.2561 - 2564)

(เฉพาะปี 2561)

บรรจุในข้อบัญญัติ

(นำไปปฏิบัติ)

(เฉพาะปี 2561)

คิดเป็นร้อยละ

ของโครงการที่ปรากฏในแผนฯ

๑.  ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาความยากจน

 

17

 

3

17.64

๒.  ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐาน

16

12

75

๓.  ยุทธศาสตร์ด้านสังคมและสาธารณสุข

26

11

42.30

๔.  ยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา  ศาสนา  วัฒนธรรม กีฬาและนันทนาการ

32

18

56.25

๕.  ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการทรัยพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการท่องเที่ยว

9

2

22.22

๖.  ยุทธศาสตร์ด้านการเมือง  การบริหารและการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น

17

15

88.23

รวม

117

61

52.13

  

สรุปผลการวิเคราะห์การติดตามและประเมินผล(เป็นการสรุปผลในภาพรวมทั้งหมดที่อยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี 2561 ที่อยู่ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี/เพิ่มเติม จ่ายขาดเงินสะสม เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โอนตั้งจ่ายใหม่ โอนงบประมาณเพิ่ม ฯลฯ)

          เชิงปริมาณ(Quantity)

                   โครงการจากแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนเนื่องจากบริบทด้านเศรษฐกิจ สังคมที่เปลี่ยนไปทำให้โครงการที่มีอยู่อาจไม่ตรงต่อความต้องการของประชาชนส่วนโครงการที่มีอยู่นั้นก็ไม่สามารถนำมาจัดทำข้อบัญญัติได้คบทุกโครงการทำให้ซึ่งโครงการในแผนพัฒนาท้องถิ่นสีปี 2561 มี 117 โครงการ สามารถนำมาจัดทำในข้อบัญญัติได้เพียง 61 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 52.13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

          ด้าคุณภาพ(Quality)

แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ. 2561 – 2564) มีการจัดทำครบทุกขั้นตอน 

คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่นจัดประชุมประชาคมท้องถิ่นแบบประชารัฐ   ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งแนวทางการพัฒนาท้องถิ่น  รับทราบปัญหา  ความต้องการ  ประเด็นการพัฒนา  และประเด็นที่เกี่ยวข้องตลอดจนความช่วยเหลือทางวิชาการ  และแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อนำมากำหนดแนวทางการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา  โดยให้นำข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนามาจากหน่วยงานต่างๆ และข้อมูลในแผนชุมชนมาพิจารณาประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา

คณะกรรมการมีการกำหนดแนวทางการพัฒนา 

คณะกรรมการได้นำข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนามาจากหน่วยงานต่างๆ และข้อมูลในแผนชุมชนมาพิจารณาประกอบการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี (พ.ศ.2561 – 2564)

มีการเพิ่มเติม/เปลียนแปลง/แก้ไข

มีการเสนอโครงการจากที่ประชาคมท้องถิ่น

มีการพิจารณาแผนชุมชนที่เกินศักยภาพมาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564)

มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ

มีการประชุมคณะกรรมการสนับสนุนในการจัดทำร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561-2564)

มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพิจารณาร่างแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561-2564)

๑๐

ผู้บริหารประกาศใช้แผนแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 - 2564) ได้ทันภายในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕59 

ผลที่ได้คือประชาชนได้รับการแก้ปัญหาด้านต่างๆตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ในระดับหนึ่ง  แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ในแผนพัฒนา  เนื่องจากโครงการที่บรรจุในแผนพัฒนานั้นมีจำนวนมากแต่เมื่อนำมาจัดทำข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้วถือว่าน้อยมาก (คืองบประมาณที่ตั้งไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เฉพาะปีงบประมาณ 2561 มีทั้งหมด 117 โครงการ แต่สามารถนำมาจัดทำข้อบัญญัติงบประมาณได้เพียง 61 โครงการถือว่าต่ำ  จึงควรแจ้งเจ้าหน้าที่และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสมต่อไป 

ค่าใช้จ่าย(Cost)

งบประมาณที่ตั้งไว้ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้เนื่องจากราคากลางในแต่ละปีนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงทำให้บางรายการอาจต่ำ หรือ สูงไป ฯลฯ

เวลา (Time)

          เป็นไปตามที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่จะมีที่ไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดส่วนน้อยได้มีการแจ้งต่อผู้บริหารเพื่อเร่งรัดในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการให้ทันเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที

          การได้รับประโยชน์

          แผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี(พ.ศ.2561 – 2564) ได้จัดทำขึ้นโดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการฝ่ายต่างๆ และมีมติประชุมสภาฯเห็นชอบ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาตำบล อีกทั้งสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์/แนวทางการพัฒนาองค์กรปกคองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัด  วิสัยทัศน์แผนพัฒนาระดับจังหวัดและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดทั้งตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในตำบลนาเลียงโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดเป็นของประชาชนในท้องถิ่นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลต่อการพัฒนาตำบล

view